อาชญากรรม

Published

on

นนทบุรี ดับเครื่องชน จอนนี มือปราบ อินฟูคนดังฯ เดือด บุกร้อง ป.ป.ช.กล่าวหาอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯพร้อมเจ้าหน้าที่อีก 2คน ข้อหา 157
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 8 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ(ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พบ นายยุทธพล ศรีสมพงษ์ อินฟูชื่อดัง จอนนีมือปราบ (อดีตเจ้าหน้าที่นายดาบตำรวจสายสืบ)พร้อม ทนายเกิดผล แก้วเกิด และทีมงานจอนนี เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมเอกสารสำคัญการรับรองการออกเอกสารสิทธิ์ จากผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่เซ็นต์ลงชื่อรับรองประชาวิจารณ์ เจ้าหน้าที่กล่าวหาอ้างบุกรุกพื้นที่นิคมลำโดมน้อย อุบลราชธานี หลังวิพากษ์วิจารณ์การเมืองแรง รวมถึงวิจารณ์นายกรัฐมนตรีฯเชื่อมาจากผลพวงทางการเมือง
จอนนี มือปราบ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมทนายเกิดผล แก้วเกิด เพื่อยื่นตรวจสอบและแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล 3ราย คือ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 2นาย ในกรณีอ้างตนบุกรุกที่ดินเลือกปฏิบัติกับสิ่งปลูกสร้างธุรกิจรีสอร์ตของตนเอง ทั้งที่ในบริเวณเดียวกันมีสิ่งปลูกสร้างโรงเรียน รีสอร์ต สถานประกอบการอื่นๆด้วย โดยอ้างกฏหมายบางประการ ซึ่งเป็นกฏหมายที่จัดตั้งขึ้นมาภายหลังจากราษฎร์ เข้าพื้นที่มาตั้งถิ่นฐาน ทำประโยชน์ ทำกินในพื้นที่ ก่อนมีตรา พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ปี พ.ศ.2511 จึงมาร้องขอความเป็นธรรมในการเเจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในมาตรา 157ต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.
จอนนี่ กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ หอบเอาความหวังของชาวบ้านในพื้นที่และชาวอุบลฯมาที่นี่ ขอใช้เสียงของจอนนี่ เพราะชาวบ้านต่อสู้เรื่องเอกสารสิทธิมากันยาวหลายปีแล้ว พวกเขากลับไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ ภาครัฐ หากมีอำนาจ ควรใช้มันสมองมาช่วยชาวบ้านด้วย
“ผมถูกกระทำมา โดยเลือกปฏิบัติจากกฎหมายบางฉบับ ทำให้ผมเสื่อมเสีย ตนจึงเลือกฟ้องมาตรา 157 ผมโดนกระทำหลังวิจารณ์นายกฯ สิ่งที่ถูกกระทำ เชื่อว่าเป็นเรื่องของการเมือง เขาเข้าใจว่า “จอนนี่” จะลงเล่นการเมือง ยืนยันว่าไม่มีความคิดลงเล่นการเมือง แต่ถ้าการเมืองใช้วิธีสกปรกมาเล่นงาน กันก็ไม่แน่ อาจลงสมัครการเมือง เมื่อการเมืองสามารถทำได้ในหลายเรื่อง แล้วเจอกัน”
จอนนี่มือปราบ ย้ำว่า คนโง่ไม่ควรเป็นผู้นำ ข้าราชการที่ดีต้องเห็นใจ เข้าใจความรู้สึก เห็นปัญหาของชาวบ้าน เกษียณแล้วต้องมาเดินต๊อก ๆ ขึ้นศาล ลั่นรีสอร์ตกูมึงรื้อได้เลย แต่ต้องรื้อให้หมด หากรื้อต้องรื้อเกือบครึ่งอำเภอ ปัญหาคือจะหาที่อยู่ให้ชาวบ้านอาศัยได้อย่างไร หาทางออกให้ชาวบ้าน หาเอกสารสิทธิ์ให้เขา ยินดีให้ทุบรีสอร์ต 20 ล้านทิ้ง ขอเอามาแลกกับเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้านมีถูกต้อง รีสอร์ต ผมไปขอกู้ธนาคารมาลงทุน 20 ล้านบาท ไปตรวจสอบได้เลย ตนคือแบบอย่างของการสู้ชีวิตที่ต้องถูกตรวจสอบ แต่ไม่ไปตรวจสอบนักการเมือง ที่ร่ำรวย โดยไม่มีอาชีพบ้าง
“ผมไม่ได้ซื้อจากใบ นค.1 คือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ค.3) ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยนิคมสร้างตนเอง เพื่อแสดงว่าบุคคลนั้นได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมนั้นๆ และสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอออกโฉนดที่ดินได้ หรือ ใบ นค.3 คือ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งออกโดยกรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) ให้แก่บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองตามกฎหมายจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ แต่ซื้อใบจับจองจากชาวบ้านในพื้นที่ต่อ ที่ครอบครองที่ดินตกทอดต่อมาก่อนปี 2511 กว่าจะมาถึงจอนนี่ ผ่านการครอบครองมาไม่รู้กี่มือ ก่อนทำธุรกิจรีสอร์ตมีการทำประชาคมหมู่บ้านมาก่อนแล้ว แต่ถูกกล่าวหาบุกรุก เขาบอกคนดีไม่มีที่ยืน กูจะยืนให้ดู” จอนนี่ กล่าวทิ้งท้าย
ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความของจอนนี่ กล่าวว่า กรณีของจอนนี่ ต้องแยก 2 เรื่อง ที่ดินนิคมฯ หากซื้อขายจากใบ นค.1 หรือ นค.3 จะมีความผิด แต่ถ้าชาวบ้านครอบครองมาก่อนประกาศเป็นนิคมสร้างตนเอง การที่อธิบดีฯ จะดำเนินคดีต้องมีคำสั่งรื้อถอนก่อน จากนั้นจอนนี่สามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ แต่ปรากฎว่ากระบวนการเหล่านี้ ไม่มีคำสั่งทางปกครองเลย แต่ข้ามมาดำเนินคดีกันเลย รวมถึงไม่มีการดำเนินคดีผู้ประกอบการรายอื่น จะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กลั่นแกล้งหรือไม่

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต
ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี



Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

โพสต์ติดเทรนด์

Exit mobile version