ภูมิภาค

Published

on

ร้อยเอ็ดสรุปรณรงค์เข้ม ! 7 วันปลอดภัย เกิดอุบัติเหตุ 19 ครั้ง บาดเจ็บ 20 ราย เสียชีวิต 9 ราย
วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย เป็นประธานประชุมและแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 พร้อมด้วยนายนันทวิทย์ นาคแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นางสุทิวา ปิ่นเจริญ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ในวันที่ 6 มกราคม 2569 (สรุปสถิติของวันที่ 5 มกราคม 2569 ในรอบ 24 ชั่วโมง) จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดอุบัติเหตุทางถนน 2 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย
ทั้งนี้ สถิติสะสมตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 รวม 7 วัน จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดอุบัติเหตุรวม 19 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 20 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ สาเหตุหลักมาจากการขับขี่ขณะเมาสุรา การตัดหน้ากระชั้นชิด การใช้ความเร็วเกินกำหนด และมีสิ่งกีดขวางบนทาง
นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัด ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีตัวชี้วัดการดำเนินงาน
ประกอบด้วย จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (admit) ลดลงไม่น้อย
ร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง กล่าวคือ จำนวนครั้ง ในการเกิดอุบัติเหตุ ต้องไม่เกิน 24 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ไม่กัน 21 คน และผู้เสียชีวิตใส่เกิน 6 คน ซึ่งในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นที่ผ่านมา หน่วยงานทุกภาคส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ดได้ทุ่มเทร่วมกันทำงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา อปพร. อสม. ชรบ.และอาสาสมัครต่าง ๆ ในพื้นที่ เน้นการใช้ด่านชุมชน ตักเตือน ป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน ตามแนวทาง 3 ม คือ เมา(ดื่ม)ไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย และ ม. สุดท้ายคือ ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีสภาพปลอดภัย รวมถึงมี
การแนะนำให้ปฏิบัติตามกฎจราจร ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึกและการรับรู้เกี่ยวกับ
มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประชุมศูนย์
ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ทุกวัน ทั้งในระดับจังหวัด และ
ศปถ.อำเภอ ทุกอำเภอ ได้เข้าข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom meeting เพื่อสรุปข้อมูลในแต่ละวัน และมี
ปรับแผนการทำงานของหน่วยงาน ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตลอดจนการลงตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุ การติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะทาง
ช่องทางหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน/ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดตั้งจุดตรวจ จุดตรวจหลัก 36 จุด ด่านชุมชน 195 ด่าน
สรุปการเกิดอุบัติเหตุ รวมสะสม 7 วัน (วันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569) จำนวนครั้งอุบัติเหตุสะสม เกิดอุบัติเหตุ 19 ครั้ง อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพนมไพร 6 ครั้ง รองลงมา อำเภอโพนทราย 3 ครั้ง อำเภอเมยวดี อำเภอจังหาร อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอละ 2 ครั้ง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอหนองฮี อำเภอปทุมรัตรัตต์ อำเภอจตุพักตรพิมาน อำเภอละ 1 ครั้ง อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11 อำเภอ เปรียบเทียบกับเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง เป้าหมายเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน 24 ครั้ง ลดลง 5 ครั้ง
คิดเป็นร้อยละ 20.83 จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 9 ราย อำเภอที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด อำเภอจังหาร และ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอละ 3 ราย
รองลงมาอำเภอจตุรพัตรพิมาน 2 ราย อำเภอหนองฮี 1 ราย เปรียบเทียบกับเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง เป้าหมายผู้เสียชีวิตไม่เกิน 6 ราย เพิ่มขึ้น 3 ราย คิดเป็น
ร้อยละ 50 จำนวนผู้บาดเจ็บสะสม (admit) 20 ราย อำเภอที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด อำเภอพนมไพร 8 ราย รองลงมาอำเภอจังหาร 4 ราย อำเภอโพนทราย 3 ราย
อำเภอเมยวดี 2 ราย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอปทุมรัตต์ และ อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอละ 1 รายเปรียบเทียบกับเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง เป้าหมายผู้บาดเจ็บไม่เกิน 21 คน ลดลง 1 คน
คิดเป็นร้อยละ 4.76 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 36.67 รองลงมาเป็นเก๋ง และรถ SUV คิดเป็นร้อยละ 26.66
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ 3 อันดับแรก เกิดจากดื่มแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 42.11 รองลงมาทัศนวิสัยไม่ดี
คิดเป็นร้อยละ 31.58 และ ตัดหน้ากระชั้นชิด คิดเป็นร้อยละ 15.79 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 57.89 รองลงมา ถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.84 จุดเกิดเหตุ ส่วนใหญ่ เป็นทางตรง คิดเป็นร้อยละ 78.95 รองลงมาเป็นทางแยก คิดเป็นร้อยละ 10.53 ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดเวลา 00.01 – 03.00 คิดเป็นร้อยละ 21.05 และ ช่วงเวลา 12.00 – 15.00 น. คิดเป็นร้อยละ 21.05
กลุ่มอายุที่เป็นผู้บาดเจ็บ ส่วนใหญ่เป็นช่วงอายุ 60 – 69 ปี คิดเป็นร้อยละ 25 และช่วงอายุ 15 – 19 ปี
คิดเป็นร้อยละ 15.00 ช่วงอายุของผู้เสียชีวิต ช่วงอายุ 15 – 19 ปี คิดเป็นร้อยละ 44.44 และช่วงอายุ 50 – 69 ปี คิดเป็นร้อยละ 33.33
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะผ่านช่วง 7 วันของการควบคุมเข้มข้นไปแล้ว แต่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดร้อยเอ็ด จะยังคงสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตาม เฝ้าระวัง และเก็บข้อมูลสถิติหลังช่วงควบคุมเข้มข้น (ระหว่างวันที่ 6 – 12 มกราคม 2569)
ตลอดจนมีการถอดบทเรียน เพื่อนำไปสู่การวางแผนกำหนดมาตรการในการทำงานในช่วงปกติและช่วงเทศกาลต่อไป โดยขอเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ดังนี้ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิต
ให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด
และไม่สวมหมวกนิรภัย โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อให้เกิดความตระหนักและสร้างจิตสำนึกในการ
ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ แนะนำ เด็กและเยาวชนที่ขับขี่ยานพาหนะจะต้องมี
ใบอนุญาตขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด, ขับเคลื่อนมาตรการองค์กรด้านการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ลงไปถึงระดับพื้นที่ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และหมู่บ้าน โดยในชุมชน หมู่บ้านให้ทำประชาคม กำหนดเป็นข้อปฏิบัฏิบัติ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยเมื่อใช้รถจักรยานยนต์
ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร สาธารณสุข โรงพยาบาล ขนส่ง แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท ท้องถิ่นจังหวัด คปภ. สรรพสามิต ประชาสัมพันธ์ สถิติจังหวัด หน่วยงานด้านการศึกษา บริษัทกลางฯ ฝ่ายปกครอง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัคร กู้ชีพกู้ภัย กลุ่มสตรีและภาคีเครือข่าย ต่างๆ พี่น้อง
ประชาชนชาวร้อยเอ็ด ตลอดจนสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมมือดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 อย่างเข้มแข็ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกหน่วยงานจะบูรณาการ
ร่วมกันอย่างนี้ตลอดไป เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ



Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

โพสต์ติดเทรนด์

Exit mobile version