Connect with us

อาชญากรรม

Published

on

นนทบุรี ต่อข่าว เพื่อนบ้านไม่สบายใจหลังช่วยดับไฟกับกลายเป็นที่กังขาของจ้าของเงิน

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้บ้านพักภายในชุมชนฝั่งลาว เลขที่ 116/444 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี นำรถน้ำ 3 คัน มาสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 2 ชั้น ซึ่งเพลิงลุกไหม้ห้องนอนชั้นล่างได้รับคความเสียหาย ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงช่วยกันทุบประตูดับเพลิงก่อนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึง ซึ่งขณะนั้นเพลิงกำลังลุกไหม้ควันดำเต็มพื้นที่ ภายหลังจากเหตุเพลิงไหม้สงบลง เจ้าของบ้านได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน อ้างว่าได้นำเงินสด จำนวน 500,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นเงินของเจ้านาย เก็บไว้ในห้องนอน ก็ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด
จากการสอบถาม พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้เสียหายแจ้งความว่าเกิดเหตุไฟไหม้ห้องนอน เพลิงลุกไหม้บริเวณเตียงนอน ซึ่งเก็บเงินไว้ที่หัวเตียง จำนวน 10 ล้านบาท และเมื่อเกิดเพลิงไหม้เงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป ซึ่งผู้เสียหายแจ้งว่าเป็นเงินสดทั้งหมด ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังได้รับแจ้งได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าลักษณะของที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร มีการเก็บร่องรอยหลักฐานเบื้องต้น และได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ อีกส่วนคือเรื่องของเงินจำนวน 10 ล้าน บาท ที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้เก็บเงินไว้ในห้องแล้วเกิดไฟไหม้ ต้องตรวจสอบว่ามีเงินจริงหรือไม่ ถ้ามีแล้วหายไปได้อย่างไร ซึ่งลักษณะที่เกิดเหตุไม่ได้ถูกเพลิงไหม้หนักจนทุกอย่างหมดสิ้น คงต้องมีเงินหลงเหลืออยู่บ้าง แต่จากการดูที่เกิดเหตุไม่มีหลงเหลืออยู่เลย อีกส่วนคือเงินที่มีจำนวนเยอะขนาดนี้ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปว่าเงินมาอยู่กับผู้เสียหายได้อย่างไร คดีนี้มีความผิดสังเกตหลายเรื่อง และมีข้อพิรุธ ที่จะต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อสรุป ความยากทางคดีคิดว่าไม่ยาก เราใช้หลักการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง คิดว่าใช้เวลาไม่นานความจริงจะปรา
กฎ
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 68 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุบ้านที่ถูกไฟไหม้ดังกล่าวอีกครั้ง พบว่าในคืนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดกลับเข้ามาในบ้าน สอบถามลุงเพื่อนบ้าน ติดกัน กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุตนไปทำงาน มีสายเข้ามาว่าไฟไหม้ ตนก็รีบขับรถกลับมาบ้านเกรงว่าไฟจะไหม้บ้านตนไปด้วย เพราะบ้านอยู่ติดๆกัน ตนตกใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น แต่เพราะทุกคนอยากให้ไฟดับ ตนก็เสียความรู้สึกที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้นที่บอกว่าใครเอาเงินไปให้เอามาคืน แต่ในมุมมองของตนคือทุกคนอยากให้ไฟดับเพื่อที่จะไม่ลุกลามไปบ้าน อื่นๆ ทุกคนก็ต่างช่วยดับไฟ ไม่มีใครเขาคิดจะขโมยเงินเขาไปหรอก เพราะคงไม่มีใครคิดหรอกว่าบ้านแบบนี้จะมีเงินเก็บไว้เยอะขนาดนั้น เพราะขนาดของตนมี 1-2 หมื่นตนยังไม่กล้าเก็บไว้ในบ้านเลย ตนเลือกที่จะเอาไปฝากธนาคารดีกว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุไฟไหม้กับบ้านนี้ตนก็ทักทายปกติเจอกันตลอดตอนกลับมาจากทำงาน หลังจากเกิดเหตุก็ไม่เห็นเลยแต่ตนคิดว่าเขาอาจจะไปกินข้าวข้างนอก เพราะเขาออกกันไปบ่อยตนก็ไม่คิดอะไร เขาก็ไม่ค่อยเข้าบ้านหลังจากเกิดเรื่อง แต่ในตัวของพ่อเขาตนรู้จักกันนานแล้วมีคุยบ้างประปราย ซึ่งพ่อ-แม่เขาก็ทำงานใน รพ.กรมชลประทาน ส่วน 2 สามี-ภรรยา ลูกชาย ลูกสะไภ้ ตนไม่ทราบว่าทำงานอะไร ก็ขอฝากเขาไว้ว่าพวกตนและเพื่อนบ้านทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ โจรขึ้นบ้านยังเหลือของ แต่ไฟไหม้จะไม่เหลืออะไรเลย อยากให้คิดในมุมเพื่อนบ้านที่ดี เพราะตลอดมาก็ไม่เคยมีปัญหาเพื่อนบ้านกัน เป็นเพื่อนบ้านที่ดีกันมาตลอดจะพูดอะไรก็คิดให้ดีเพราะจะทำให้เกิดปัญหาอีกหลายหลัง

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต
ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี



Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright © todaynews2017.com