นนทบุรี หมูไม่กลัวน้ำร้อน ! อดีตผู้คุมเรือนจำดับเครื่องชนฟ้องกรมราชทัณฑ์ 50 ล้าน หลังถูกไล่ออกไม่เป็นธรรม
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 ก.ย.68 ที่บ้านพักข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ถนน นนทบุรี 1 ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี นายนววิธ หรือเปา จุลละนันท์ อายุ 64 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ระดับชำนาญงาน เรือนจำจังหวัดนนทบุรี (ซี.6) ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองถูกให้ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรม โดยถูกกล่าวหาว่า แอบเอายา ” ทรามาดอล (tramadol) ” ซึ่งเป็นยาแก้ปวดเข้าไปในเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ทั้งๆที่ตนไม่ได้รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้องเลย แถมยาที่พบก็ไม่ได้อยู่ในล็อกเกอร์ของตนเอง เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากการที่ตนเอง ทำงานตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่หน้าใคร จึงทำให้ผู้บังคับบัญชารวมทั้งนักโทษอาจไม่พอใจใส่ร้ายและกลั่นแกล้งตนเอง จนถูกตั้งกรรมการสอบและมีมติให้ไล่ออกจากราชการ ทั้งๆที่ตนไม่มีความผิดเลย ยืนยันได้ตนไม่เคยเกี่ยวข้องกับ สิ่งผิดกฎหมายในเรือนจำจังหวัดนนทบุรีแห่งนี้ ตนรับราชการมานานกว่า 30 ปี ไม่เคยมีคดีด่างพ้อยหรือมีเรื่องถูกสอบสวน หลังถูกออกจากราชการได้รับความลำบากเป็นอย่างมากลูกๆที่เรียนอยู่ต้องออกจากมหาวิทยาลัยเพราะตนไม่สามารถส่งเสียให้เขาได้เรียนต่อ
นายนววิธ เล่าด้วยความขมขื่นว่า ตนรับราชการมานานกว่า 30 ปี ก่อนหน้านี้เคยประจำอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จนกระทั่งย้ายมาประจำที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี โดยในปีพ.ศ. 2559 ตนถูกกล่าวหาว่านำยาแก้ปวด ทรามาดอลจำนวน 1,993 เม็ด เข้ามาในเรือนจำโดยของกลางทั้งหมดอยู่ในล็อกเกอร์ที่ 30 ซึ่งไม่ใช่ล็อคเกอร์ของตนเอง เพราะล็อกเกอร์ของตนเองหมายเลข 26 อีกทั้งยาแก้ปวด ” ทรามาดอล” ไม่ใช่สิ่งของต้องห้ามตามกฎหมายราชทัณฑ์ ตามมาตรา 72 หรือ มาตรา 45 ประกอบ กฎกระทรวงข้อ 127 อนุมาตรา 1 ได้แก่ ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ สารละเหยตามประกาศกระทรวงสาธารณะสุข ยาทรามาดอลจึงไม่ใช่สิ่งของผิดกฎหมายที่จะนำมากล่าวหาหรือเอาผิดว่าเป็นความผิดร้ายแรงจนถูกไล่ออกจากราชการ ในการดำเนินการต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริงหรือไม่ กรณีดังกล่าวกรมราชทัณฑ์ไม่ได้ตรวจสอบหรือสืบสวนข้อเท็จจริงหรือพิจารณาตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงเป็นการออกคำสั่งลงโทษโดยไม่ปรากฎความผิด และเรื่องที่กล่าวหาไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้จึงลงโทษไม่ได้
ตนได้ร้องไปที่ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นพ้องตามคำร้องนี้ จึงส่งเรื่องมาให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการลงโทษนิติกรและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ โดยส่งเรื่องให้ อ.ก.พ. กรมหรือกระทรวงพิจารณา ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด แต่อธิบดีละเลย ตอนนี้เรื่องยังอยู่ที่กรมราชทัณฑฃ์ รวมทั้งเรื่องร้องทุกข์รัฐมนตรีด้วยตนถูกผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการสอบและมีมติไล่ออกจากราชการ ทำให้ได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก ตนยืนยันว่าของกลางที่เจอไม่ใช่ของตน ที่ตนถูกใส่ร้ายเชื่อว่ามาจากการปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้บังคับบัญชาและนักโทษที่เสียผลประโยชน์ไม่พอใจ หาเรื่องกลั่นแกล้งตนเอง
ตนต่อสู้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมมานานนับ 10 ปี โดยร้องเรียนไปที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ,กระทรวงยุติธรรม, ป.ป.ช. ,ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี และสำนักงาน ก.พ. ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด โดยตนเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรมราชทัณฑ์ 50 ล้านบาท และหากชนะคดีได้เงินมาจะนำเงินไปทำบุญส่วนหนึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นตนคิดว่าอาจเกี่ยวพันกับคดีที่คนขับรถ ผบ.เรือนจำ ถูกจับยาบ้า 12,000 เม็ด เรื่องที่เกิดขึ้นตนยืนยันจะต่อสู้เรียกร้องหาความเป็นธรรม จนถึงที่สุดและเชื่อว่าศาลจะให้ความเมตตาคืนความเป็นธรรมให้กับตนเอง นายนววิธ กล่าว
ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต
ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี