นนทบุรี สาวร้องมูลนิธิดัง อดีตสามีออกอุบายพาลูกชายไปเลี้ยง KFC แต่ไม่ส่งลูกคืนหวั่นกระทบผลการเรียน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคิม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี น.ส.ศิริพร สงวนนามสกุล อายุ 31 ปี นำหลักฐานเอกสารต่างๆเข้าร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ,นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังตนเองถูกอดีตสามีออกอุบายว่าจะ มาพาลูกชายไปกิน kfc สุดท้าย กลับไม่ส่งลูกชายคืนกลับอ้อมอกตนเอง แถมยังบล็อกช่องทางการติดต่อทาง Facebook ทาง Line ไม่ให้ตนได้พูดคุยติดต่อลูกชายเลย
น.ส.ศิริพร เล่าว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่านมา อดีตสามีคือนายรุ่งเลิศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปีซึ่งมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและได้เลิกลาไปกับตนเอง 5 ปีแล้ว ได้โทรมาบอกกับตนเองว่าวันวาเลนไทน์ให้นำ “น้องฟลุ๊ค” ลูกชายวัย 10 ขวบ ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป. 4 ไปส่งให้เขาที่บ้าน ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งตน กับลูกชายพักอาศัยอยู่ที่สมุทรปราการ ตนจึงให้ญาติตนเองขับรถพาน้องฟลุ๊คไปส่งพ่อเขาที่จังหวัดชลบุรีตามที่ต้องการ แต่ระหว่างทางรถญาติเกิดยางแตกก่อนถึงตัวเมือง อดีตสามีจึงให้รถโบ๊มารับลูกชายไป
จนกระทั่งเวลาผ่านไปทั้งคืนตนไม่สามารถติดต่อลูกชายได้เลย มีอยู่ช่วงหนึ่ง น้องฟลุ๊คแอบโทรศัพท์มาหาตนแล้วบอกว่า แม่มารับหนูทีหนูอยากกลับบ้านแล้ว ปรากฏว่าระหว่างที่คุยๆอยู่ถูกอดีตสามีกระชากโทรศัพท์ไป แล้วพูดกับตนในสายว่า “มึงก็มารับลูกสิ เดี๋ยวกูจะเตะเสยหน้าให้มึงก้มกราบตีนกูเลย” ตนรู้สึกหวาดกลัวและไม่รู้จะทำอย่างไร อีกอย่างก็เป็นห่วงเพราะลูกยังต้องไปโรงเรียน ที่ผ่านมาที่เราแยกทางกันเพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกัน ตนและลูกมักถูกเขาทำร้ายทุบตีเป็นประจำ ทำให้ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกชายมาก จึงต้องมาร้องทางมูลนิธิเพื่อขอให้ช่วยเหลือด้วย
ทางด้านทนายรณรงค์กล่าวว่า เท่าที่ทราบในเบื้องต้นตอนนี้ตำรวจบางละมุงยังไม่กล้ารับแจ้งความ แต่อยากแจ้งให้ทราบว่ากรณีแบบนี้มีความผิด พรบ.คุ้มครองเด็กมาตรา 26 เพราะคุณอุ้มลูกไปแล้วไม่ให้มาเจอแม่อันนี้ต้องกลับไปแจ้ง แต่ถ้าจะให้เราแจ้งพรากผู้เยาว์คงไม่ได้เพราะเขาเป็นพ่อลูกกัน ฝ่ายพ่อถ้าดูข่าวอยู่อยากเป็นพ่อตามกฎหมายก็ควรไป ทำเรื่องรับรองบุตรให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วแบ่งอำนาจการปกครอง กันคนละครึ่ง เพราะปัจจุบันอำนาจการปกครองบุตรเป็นของฝ่ายหญิงโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว
นางชฎาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิ กล่าวว่า ตอนนี้ตนจะประสานไปที่ พม.เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความรุนแรงเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวจะให้พม.ไปแจ้งดำเนินคดีกับพ่อเด็กก่อนในมาตรา 26 ตามที่ทนายรณณรงค์บอก เพื่อตามเด็กกลับมา ให้คุณแม่ คุณพ่อต้องแยกแยะระหว่างความรักลูกที่คุณพ่อมีให้นั้นตนเข้าใจ แต่การกระทำของคุณพ่อเป็นการปิดกั้นทุกอย่างเท่าที่ทราบจากคุณแม่เด็กมีภาวะทางจิตต้องพบแพทย์ตลอด เพราะได้รับความรุนแรงในครอบครัวตั้งแต่เล็กๆหากคุณพ่อรักน้องจริงๆพ่อต้องให้น้องได้เรียนหนังสือได้พบแม่ได้พบแพทย์ ให้น้องตัดสินใจว่าวันนี้น้องอยากอยู่กับพ่อวันไหนน้องอยากอยู่กับแม่ฝากคุณพ่อพิจารณาตรงจุดนี้ด้วย
ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงห์โต
ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี