Connect with us

ภูมิภาค

แถลงแก้หลังบริษัท เสียหาย

Published

on

พี.ซี สยามปิโตรเลียนแถลงยันบริษัทเสียหายหนัก ข่าวออกกักตุนดีเซล 2 ล้านลิตร แจงชัดเป็น “เบนซิน” สต๊อกปกติ…

ผู้บริหาร พี.ซี.สยามปิโตรเลียมฯ ตั้งโต๊ะแถลง ยันสต๊อกน้ำมันตามจริง ไม่ได้กักตุนหวังกำไร ชี้ข้อมูลพาณิชย์คลาดเคลื่อนทำบริษัทเสียหายหนัก พร้อมเปิดเอกสารขนส่ง-บัญชีซื้อขายพิสูจน์ความจริง 7 เม.ย. นี้…

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 69 นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด โดยแจ้งความว่าเข้าข่าย “กักตุนสินค้าควบคุม” โดยมีปริมาณน้ำมันในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และอาจมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหลายมาตราของกฎหมายว่าด้วยสินค้าควบคุม เหตุเกิดต่อเนื่องตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเด็นร้อนพุ่งเป้าไปที่ “น้ำมันปริมาณมหาศาล” ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้าข่ายกักตุนเพื่อหวังผลทางการค้า สร้างแรงกระเพื่อมในภาคพลังงานและความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น…

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตึกพีซีทาวเวอร์ ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พ.ท.จำนงค์ วิบูลย์ศิลป์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด พร้อมด้วยทนายความ เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันที่บริษัทตกเป็นผู้ต้องหา…

พ.ท.จำนงค์ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการเสนอข่าวมีความคลาดเคลื่อนไปหลายประการ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นขอเรียนว่า บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทยืนยันว่าเราได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ระเบียบของกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และมีการรายงานข้อมูลที่ครบถ้วนทุกประการ…

และตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าบริษัทกักตุนน้ำมันดีเซลจำนวน 2 ล้านลิตรนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อเท็จจริงคือ จำนวนน้ำมันดังกล่าว เป็นน้ำมันกลุ่มเบนซินที่บริษัทจัดเก็บไว้ในสต๊อกเพื่อรอการจำหน่ายให้กับลูกค้าตามปกติ ยืนยันว่าเรามีบัญชีระบบซื้อขายอย่างถูกต้อง ไม่ได้กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบแต่อย่างใด โดยเอกสารบัญชีรับจ่ายคงเหลือเป็นเรื่องปกติของระบบซื้อขายและสต๊อกทางธุรกิจ…

ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม เจ้าพนักงานระดับจังหวัดก็ได้เข้ามาตรวจคลังของบริษัทอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องจากส่วนกลางได้เข้าตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ปรากฏหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าบริษัทกักตุนน้ำมัน หรือทำผิดกฎหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมีการกล่าวหาว่าบริษัทกักตุนน้ำมันก็พร้อมจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ซึ่งก็ทราบข่าวทางสื่อมวลชนว่าขณะนี้บริษัทถูกแจ้งความดำเนินคดี แต่ยังไม่ได้รับหมายเรียกหรือการประสานจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งเรายืนยันว่าหากทางเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานมาทางบริษัทพร้อมจะให้ความร่วมมือ
พ.ท.จำนงค์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทำการรวบรวมเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เสร็จเรียบร้อยแล้วและพร้อมจะส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ในการตรวจสอบได้ทันที โดยในวันพรุ่งนี้บริษัทจะส่งมอบเอกสารทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ โดยสาระสำคัญจะเป็นเอกสารการขนส่งน้ำมันในเดือนมีนาคม ซึ่งทางบริษัทมีการขนส่งน้ำมันเพียง 6 เที่ยวเท่านั้น หลักฐานการขายลูกค้าตามสัญญา เราเป็นเพียงบริษัทท้องถิ่นขนาดเล็ก มีคู่ค้าเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนเท่านั้น…

ต่อข้อถามที่ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับการที่มีน้ำมันหายไประหว่างขนส่งจำนวน 57 ล้านลิตร พ.ท.จำนงค์ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่า ในระบบการขนส่งน้ำมันออกจากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันต่างๆ นั้นมีหลักฐานชัดเจน ผ่านการควบคุมอะไรหลายขั้นตอน
และจากกระแสข่าวที่ว่าบริษัทอาจจะกลายเป็นแพะเพื่อหาผู้รับผิดชอบจากกรณีการกักตุนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา พ.ท.จำนงค์ ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเช่นกัน แต่ยืนยันในความบริสุทธิ์ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และพร้อมจะให้ผู้มีอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพื่อที่บริษัทจะได้พิสูจน์ความจริงและเรียกชื่อเสียงกลับมา และยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างมาก ส่วนกรณีมีความเห็นทางโซเชียลอาจทำให้บริษัทเกิดความเสียหายรุนแรงทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่น และยอดสั่งซื้อที่ลดลง…

นายสิทธิเณศ เห้งทับ สุราษฎร์ธานี



Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright © todaynews2017.com