Connect with us

ประชาสัมพันธ์

ผนึกกําลัง

นครนายก -โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผนึกกำลังโรงพยาบาลนครนายก และภาคีเครือข่ายสาธารณสุข
เดินหน้าเชิงรุกจัดมหกรรมคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง(Colonoscopy) ณ จังหวัดนครนายก
เพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจรักษาอย่างรวดเร็วทั่วถึง มุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

29 สิงหาคม 2569 – ศูนย์ส่องกล้องอายุรกรรมทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับโรงพยาบาลนครนายก และภาคีเครือข่าย เดินหน้าเชิงรุกจัดมหกรรมคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง (Colonoscopy) ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดนครนายก ภายใต้ “โครงการความร่วมมือตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระหว่างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลนครนายกและโรงพยาบาลในภาคีเครือข่าย (Colorectal Cancer Screening Mobile Unit)” นำโดย นพ.ชาติชาย คล้ายสุบรรณ ผอ.โรงพยาบาลนครนายก พญ.ฐิติยา บูรณชาติ รอง ผอ.ด้านทุติยภูมิและตติยภูมิ โรงพยาบาลนครนายก นพ.ทวี รัตนชูเอก ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลราชวิถี นพ.กนกพจน์ จันทร์ภิวัฒน์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ โรงพยาบาลราชวิถี พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ศูนย์ส่องกล้องอายุรกรรมทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลนครนายกและโรงพยาบาลภาคีเครือข่าย เข้าร่วมปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยมีประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรอง จากผู้ที่มีประวัติครอบครัวและผู้ที่มีผลคัดกรองเป็นบวก ในพื้นที่จังหวัดนครนายกเข้ารับบริการส่องกล้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมกว่า 350 ราย โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2569 ณ โรงพยาบาลนครนายก จังหวัดนครนายก เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง ลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ พร้อมยกระดับการดูแลรักษาแบบองค์รวมและเพิ่มศักยภาพคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า“ กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ เกิดขึ้นภายใต้ “โครงการความร่วมมือตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ Colorectal Cancer Screening Mobile Unit” โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน คือ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างทั่วถึง และได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยอาศัยการผสานศักยภาพ ความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลนครนายก รวมถึงเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่สำคัญและพบได้บ่อย โดยเฉพาะในระยะแรกผู้ป่วยอาจยังไม่แสดงอาการ การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ค้นพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแล้ว การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ยังสามารถตรวจพบและตัดติ่งเนื้อหรือรอยโรคก้อนมะเร็งออกได้ในคราวเดียวกัน จึงเป็นทั้งการค้นหาโรคและการป้องกันมะเร็งก่อนที่จะเกิดขึ้นหัวใจของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงจำนวนการส่องกล้อง แต่คือการสร้างระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่ การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองก่อนที่จะมีอาการ ในขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านบริการและวิชาการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรร่วมกัน เพื่อให้การดูแลประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพและยั่งยืน ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มุ่ง “สร้างสุขภาวะที่ดีและเท่าเทียมเพื่อทุกชีวิต ด้วยวิทยาการขั้นสูง นวัตกรรม และความเป็นเลิศ” และสะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม ”
ด้าน นพ.ชาติชาย คล้ายสุบรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก กล่าวว่า “ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยวิธีตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง (Fit test) เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับคนไทยอายุ 50 ถึง 70 ปี ทุกสิทธิการรักษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม การคัดกรองจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อผู้ที่มีผลผิดปกติได้รับการส่องกล้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับเป็นโจทย์ที่เราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข อนึ่ง ในปีนี้จังหวัดนครนายก ตั้งเป้าให้บริการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง(Colonoscopy) แก่ผู้ป่วย จำนวน 350 ราย ดังนั้น การจัดมหกรรมคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง ณ จังหวัดนครนายก ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงจุด เป็นการนำทรัพยากร ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือ มารวมไว้ในที่เดียวกัน เพื่อลดระยะเวลารอคอย และปิดช่องว่างของการส่งต่อให้ได้มากที่สุด โรงพยาบาลนครนายกมุ่งยกระดับการดูแลผู้มีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยให้คำมั่น 3 ประการ อันได้แก่ เพิ่มอัตราการส่องกล้องในผู้ที่มีผลคัดกรองผิดปกติ พร้อมระบบติดตามไม่ให้ผู้ป่วยตกหล่นและเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว ยึดมั่นมาตรฐานความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการส่องกล้อง และพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายบริการส่องกล้องในจังหวัด เพื่อสร้างระบบบริการที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป ”
ด้าน พญ.ฐิติยา บูรณชาติ รองผู้อำนวยการด้านทุติยภูมิและตติยภูมิ โรงพยาบาลนครนายก กล่าวว่า
“ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จัดเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ด้วยลักษณะเฉพาะของโรคที่ในระยะเริ่มต้นมักไม่ปรากฎอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงเข้าสู่ระบบบริการเมื่อโรคลุกลามไปแล้ว ส่งผลให้ผลการรักษาและอัตราการรอดชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากโรคพัฒนามาจากติ่งเนื้อในลำไส้ ซึ่งใช้เวลาหลายปีก่อนเปลี่ยนแปลงไปเป็นมะเร็ง การส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงเป็นทั้งเครื่องมือวินิจฉัยและเครื่องมือป้องกันโรคในคราวเดียวกัน ในปีงบประมาณ 2568 โรงพยาบาลนครนายกได้ให้บริการส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 264 ราย ตรวจพบติ่งเนื้อและได้รับการตัดติ่งเนื้อ (Polypectomy) จำนวน 150 ราย คิดเป็นร้อยละ 56.8 ของผู้รับบริการทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งที่เข้ารับบริการ ได้รับการกำจัดรอยโรคก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง สำหรับปี 2569 จังหวัดนครนายก ได้กำหนดเป้าหมายขยายการคัดกรองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยจัดบริการตรวจคัดกรองประชาชนในกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงและเข้าเกณฑ์การคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยวิธีตรวจอุจจาระ FIT TEST ทั้งหมด 5,485 ราย จากนั้น ทางโรงพยาบาลนครนายก จึงได้คัดกรองผู้ป่วยจำนวน 350 ราย ที่มีเกณฑ์ต้องได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เข้ามารับการส่องกล้องตรวจวินิจฉัยในครั้งนี้ ”
มหกรรมคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง(Colonoscopy) ครั้งนี้ มุ่งยกระดับการคัดกรองและดูแลมะเร็งลำไส้ใหญ่ในจังหวัดนครนายก โดยเร่งให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลคัดกรองผิดปกติ เข้าถึงการส่องกล้องและการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายบริการส่องกล้องในพื้นที่ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ประชาชนถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ เพื่อเพิ่มโอกาสการตรวจพบและรักษาได้อย่างทันท่วงที การจัดงานมหกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลราชวิถี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก ตลอดจนเครือข่ายหน่วยบริการในจังหวัดนครนายก ที่ได้สนับสนุนทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ อุปกรณ์ และองค์ความรู้ให้ประชาชน เป็นการยกระดับการดูแลรักษาแบบองค์รวมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

สมบัติ เนินใหม่//กนิษฐา เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่//ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก



Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright © todaynews2017.com